August, 2018

Pipedrive | Benefits of knowing why do we lose deals?

ประโยชน์ของการรู้ว่าทำไมเราถึงไม่ชนะดีล มีไหมที่บริษัทอยากรู้ว่าทำไมเราถึงแพ้ดีลให้กับคู่แข่งขัน ยิ่งเรารู้ถึงเหตุผลที่แพ้มากเท่าไหร่ มันย่อมทำให้เราหาวิธีการที่จะช่วยให้เราชนะในครั้งถัดไป ดังนั้นข้อมูลของดีลที่แพ้ก็น่าที่จะเป็นประโยชน์กับบริษัทและฝ่ายขาย เพื่อช่วยให้เรามีการพัฒนาและทำให้ค่า Close to win สูงขึ้นนั่นเอง Pipedrive จะมีการเก็บข้อมูลของสาเหตุที่ไม่ชนะของดีล และนำมาประมวลผลเพื่อเสนอเป็นแผนภาพให้เห็นได้โดยง่าย เราสามารถรู้ถึงเหตุผลของการไม่ชนะของแต่ละคนหรือของทั้งทีมได้โดยดูจากรีพอร์ท (report) วิธีการใช้งานของ Pipedrive สำหรับการกำหนดสาเหตุที่ไม่ชนะ และการดูรีพอร์ทของเหตุผลที่แพ้ เป็นไปตามภาพด้านล่างนี้ ภาพแรก แสดงการกำหนดสาเหตุหรือเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถชนะดีลๆหนึ่ง เราสามารถระดมสมอง (brainstorm) หาข้อมูลจากพนักงานขาย เพื่อมากำหนดเป็นสาเหตุและใส่ลงไปในระบบ (predefined) เราสามารถใส่เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ หมายเหตุ Admin จะเป็นคนตั้งค่าได้เท่านั้น วิธีการ | Admin เลือกไปที่ [Setting],  เลือก [Company Setting],  คลิก [Add predefined lost reason],  ใส่เหตุผล,   ทำการบันทึก   หลังจากนั้นยูสเซอร์ก็สามารถจะเลือกเหตุผลได้ เมื่อเค้าเปลี่ยนสถานะ (stage) ของดีลไปเป็น ไม่ชนะ (lost) ถ้าเซลล์มีเหตุผลอื่นที่ไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ (predefined) [...]

Pipedrive | Contacts Timeline (Contacts View)

เป็นอีกวิวหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันสามารถทำให้พนักงานขายเห็นว่า ลูกค้าหรือเป้าหมายคนไหนควรได้รับการติดต่อแล้วหรือยังในช่วงเวลาที่พนักงานขายกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น พนักงานขายกำหนดไว้ว่าควรจะต้องติดต่อกับลูกค้าหรือเป้าหมายให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง Contact Timeline ของ Pipedrive ก็จะสามารถค้นหาได้ว่ามีลูกค้าหรือเป้าหมายไหนที่ยังไม่ได้รับความสนใจหรือติดต่อภายใน 1 เดือน ดังนั้นมันก็จะอำนวยความสะดวก ทำให้พนักงานขายสามารถค้นหารายชื่อของลูกค้าหรือเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนั้นยังทำให้พนักงานขายไม่พลาดที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าหรือเป้าหมาย บางครั้งโอกาสก็อาจจะมาจากการที่เราได้ติดต่อกลับไปยังลูกค้าเดิมหรือเป้าหมายใหม่ เราลองมาดูวิธีการใช้งาน Contact Timeline และหน้าตาของมันว่าเป็นอย่างไรตามภาพด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามันเป็นวิวที่มีประโยชน์ ให้เราห็นภาพของลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการติดต่อตามข้อกำหนดได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากนั้นเรายังสามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ หรือคลิกเพื่อเพิ่มรายละเอียดได้ Pipedrive เป็นเครื่องมือที่ช่วยพนักงานขายอย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการนำเสนอเป็นแบบ visual view สามารถทำงานแบบ drag and drop และคลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่ม (drill down) ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ email at sujit.c@uncsolutions.com

Pipedrive | Goal setting

แน่นอนว่าแต่ละพนักงานขายจะมีเป้าหมายที่ถูกกำหนดจากบริษัทโดยอาจมีการกำหนดเป็นต่อปี ต่อไตรมาส หรือต่อเดือน พนักงานขายเองก็จะทำการสำรวจตัวเองว่าตอนนี้ปิดดีล หรือมียอดขายที่ทำได้เป็นเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบกับยอดที่กำหนด เพราะมันหมายถึงผลงานและค่าคอมมิชชั่นของเซลส์ โดยปกติแล้วพนักงานขายก็จะนำเอาตัวเลขที่ขายได้ จากใบเสนอราคามาบันทึกลงไปในสเปรดชีต (Excel) แล้วทำการรวมค่า และเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด ก็จะรู้ได้ว่าณตอนนี้ ทำได้เท่าไหร่ เป็นสัดส่วนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเป้าหมาย Pipedrive มีเครื่องมือหนึ่งที่ใช้สำหรับการตั้งค่าเป้าหมายและการวัดผลของพนักงานขาย โดยที่ยูสเซอร์แต่ละคนจะสามารถตั้งค่าของตัวเองได้จาก “Setting” ดูจากภาพด้านล่างนี้เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย โดยสรุปอย่างย่อ สำหรับวิธีการตั้งค่าเป้าหมายเพื่อวัดผล 1 คลิก Setting 2 คลิก Add Goal แล้วทำการตั้งเป้าหมายที่ต้องการจะวัดผล 3 คลิก Save ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ email at sujit.c@uncsolutions.com

Part III: KPIs for Sales Team?

แน่นอนว่าการที่จะเป็นพนักงานขายที่ประสพความสำเร็จ เป็นที่ชื่นชมของบริษัท เซลล์ก็ย่อมที่จะต้องทำยอดขายให้ได้ตามที่หัวหน้างานหรือบริษัทต้องการ ดังนั้นมันน่าจะดีถ้าเซลล์มีตัวช่วยให้เค้าติดตามได้ว่า ณตอนนี้เซลล์ปิดการขายไปได้แล้วกี่ดีล ทั้งในแง่ของจำนวนและมูลค่า มันจะทำให้เซลล์รู้ว่าต้องขายอีกเท่าไร่เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (achieve goal) Piedrive จะมีรีพอร์ทส่วนหนึ่งที่แสดงจำนวนหรือมูลค่าดีลที่ชนะและแพ้ เราจะเรียกมันว่า Sales Performance Report ลองมาดูภาพด้านล่างนี้เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย ภาพแรก เป็นรีพอร์ทแสดงดีลที่ชนะของ Pipeline for Services ในช่วงเวลาที่เลือกซึ่งก็คือปีนี้ บริษัทสามารถรู้ได้เลยว่าพนักงานขายแต่ละคนมีดีลที่ชนะจำนวนและมูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่ และยังรู้ว่าดีลที่ชนะแต่ละดีลใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ มันทำให้พนักงานขายรู้ได้ว่าควรจะต้องปิดการขายอีกเท่าไหร่เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย และสามารถคาดคะเนเวลาโดยเฉลี่ยที่สามารถจะใช้ปิดดีล (avergae sales cycle time) ภาพสอง เป็นรีพอร์ทแสดงดีลที่แพ้ใน Pipeline for Services และในช่วงเวลาที่เลือกซึ่งก็คือปีนี้ บริษัทสามารถเรียนรู้ได้ว่าพนักงานขายแต่ละคนมีดีลที่ไม่ชนะในจำนวนและมูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่ และยังรู้ว่าดีลที่แพ้แต่ละดีลใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ นอกจากนั้นบริษัทยังคลิกดูที่เหตุผลของการไม่ชนะว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อไว้ใช้สำหรับปรับปรุงการขาย หรือมองหาวิธีที่จะลดการแพ้ให้น้อยลง จะเห็นว่า Sales Performance Report เป็นรีพอร์ทที่มีความสำคัญต่อพนักงานขายและต่อบริษัทมาก เพราะมันแสดงถึงจำนวนดีลที่ชนะและยอดขายของพนักงานขายแต่ละคน ยอดขายรวมทั้งหมดของเซลล์ก็จะเป็นยอดขายของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทก็จะรู้ได้ถึงรายรับขององค์กรในแต่ละเดือน แต่ละไตรมาส และภายในปีที่กำลังทำงานอยู่ การที่บริษัทมีเครื่องมือที่ดีอย่างเช่น Pipedrive ซึ่งเป็น Sales [...]

Part II: KPIs for Sales Team?

จากบทความที่แล้ว เราได้เรียนรู้จากรายงาน (Reports) ที่แสดงกิจกรรมของยูสเซอร์แต่ละคนในแต่ละเดือน เมื่อเราเลือก Pipeline และ ช่วงเวลาเป็น “Pipeline for Services” and “This Year” บทความนี้เรามาดูกันต่อ สำหรับรายงานของหัวข้อที่2 ซึ่งก็คือรายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์แต่ละคน และรายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์ทั้งหมดที่ใช้ Pipedrive โดยทั่วๆไปดีลแต่ละดีลจะเคลื่อนไหวไปตามขั้นตอนการขาย (sales stgae) ตามที่บริษัทได้กำหนดใน Pipeline เช่น เริ่มต้นจากการมีลีด (lead in) ติดต่อลูกค้า พิจารณาว่าสามารถจะเป็นลูกค้าได้ไหม (qualified prospect) การมองหาความต้องการของลูกค้า (need defied) เป็นต้น พนักงานขายควรที่จะมองหาลีดที่เป็นไปได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำการติดต่อหรือทำกิจกรรมกับลีด และเปลี่ยนลีดนั้นให้เป็นลูกค้าของบริษัท ดังนั้นการที่ลีดมีความเคลื่อนไหวตามขั้นตอนการขาย (sales stage) และขึ้นไปอยู่ใน stage ที่ดีขึ้น นั่นก็หมายถึงโอกาสที่จะปิดการขายได้มากขึ้น (higher propbability) มันย่อมเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการทำงานของพนักงานขาย เรามาดูรูปภาพด้านล่างนี้เพื่อจะได้เห็นภาพอย่างง่ายสำหรับรายงานแสดงผลของดีล ภาพแรก เป็นรายงานแสดงผลของมูลค่าหรือจำนวนดีลที่สร้างขึ้นทั้งหมดใน Pipeline for Services [...]

Part I: KPIs for Sales Team?

อะไรที่บริษัทสามารถนำมาพิจารณาเป็นดรรชนี (index) ที่วัดการทำงานของพนักงานขายได้บ้าง พนักงานขายมักจะถูกวัดผลการทำงานจากยอดขาย โดยอาจวัดทุกเดือนหรือทุกไตรมาส นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังมีการวัดการทำงานของเซลส์จากดรรชนี (index) อื่นๆอีกหรือไม่ อย่างเช่น กิจกรรมที่ทำกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นโทรไปหา ส่งใบเสนอราคา ไปเยี่ยม ทำเดโม (do demo) ส่งข้อเสนอ (submit proposal) ไปทานข้าวกลางวัน หรือ จำนวนดีลหรือโอกาสที่เปิดใหม่ (open deals) แต่ละบริษัทก็จะมีวิธีการวัดการทำงานของเซลล์ที่แตกต่างกัน รวมทั้งการกระตุ้นการทำงานของพนักงานขาย และการแบ่งปันข้อมูลการขายระหว่างเซลส์ที่ไม่เหมือนกัน Pipedrive จะมีเครื่องมืออันหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรเห็นความเคลื่อนไหวของกิจกรรมหรือดีลของเซลล์แต่ละคน โดยสามารถนำเสนอเป็นรายงาน (report) ได้ดังต่อไปนี้ 1. รายงานแสดงผลของกิจกรรมของเซลล์แต่ละคน หรือ รายงานแสดงผลของกิจกรรมของเซลล์ทั้งหมดที่ใช้ Pipedrive 2. รายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์แต่ละคน หรือ รายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์ทั้งหมดที่ใช้ Pipedrive สำหรับหัวข้อที่ 1 เราจะแสดงให้เห็นอย่างง่ายจากรูปภาพด้านล่างนี้ ภาพแรก เป็นรายงานแสดงผลของกิจกรรมที่ได้สร้างขึ้น โดยจะแสดงผลของยูสเซอร์ทั้งหมดที่ใส่ข้อมูลใน Pipeline for Services ในช่วงเวลาที่เลือกซึ่งก็คือปีนี้ โดยปกติแล้วยูสเซอร์ที่เป็นแอดมินของระบบจะสามารถดูรายงานแสดงผลของแต่ละคนได้จาก Tab Statistics ในขณะที่ยูสเซอร์ทั่วไปจะดูได้เพียงรายงานของตัวเองจาก [...]

How can Pipedrive help a firm to achieve its goal?

วัตถุประสงค์หนึ่งของบริษัท ย่อมต้องมีเรื่องของยอดขาย ซึ่งบริษัทจะทำอย่างไรให้มียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยปกติแล้วบริษัทจะกำหนดยอดขายเป็นรายปี แล้วนำมาแบ่งย่อยเป็นรายไตรมาสหรือรายเดือน หลังจากนั้นก็จะทำการแบ่งย่อยลงไปให้เซลล์แต่ละคนดูแลยอดขายของตัวเอง โดยมีการรีวิวยอดที่ทำได้เป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส ขึ้นอยู้กับธุรกิจของบริษัท Pipedrive มีเครื่องมืออันหนึ่งที่สามารถช่วยให้บริษัทเห็นภาพรวมยอดขายของบริษัท หรือจะดูภาพรวมของยอดขายแต่ละคน ดังที่เห็นจากภาพด้านล่างนี้ เราเรียกมันว่า Forecast view เรายังสามารถดูรายละเอียดของดีลแต่ละดีลได้ โดยการคลิกเลือกดีลที่ต้องการดู เพียงเท่านี้บริษัทหรือผู้บริหารก็สามารถจะติดตามยอดขายในแต่ละเดือนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส หมายเหตุ ยูสเซอร์ (user) แต่ละคนจะมีสิทธิ์ดูได้เพียง forecast view ของตัวเอง การที่จะดู forecast view ของคนอื่นต้องมีสถานะเป็น Admin หรือได้รับอนุญาติจาก users รายนั้น (followers) Pipedrive เป็นซอฟท์แวร์ที่อยู่บนระบบคลาวด์ที่มีการใช้งานได้ง่าย สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ทดลองใช้งานฟรี 30 วันโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น เพียงคลิกปุ่มด้านล่างนี้ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ email at sujit.c@uncsolutions.com

Best CRM Software 2017

FrontRunners® for Customer Relationship Management, August 2017 Powered by Gartner Methodology Source: https://www.softwareadvice.com/crm/