April, 2019

PIPEDRIVE | Leader Sales CRM For SMEs in the Year 2019

เซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) ในตลาดจะมีอยู่มากมายหลายตัว มีความสามารถรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็ก กลาง จนถึงใหญ่ การจะนำเอาทูลซีอาร์เอ็มมาใช้งานในองค์กรอย่างประสพผลสำเร็จได้นั้น เราควรพิจารณาถึงความต้องการภายในองค์กรว่ามีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง แนวทางในการใช้งาน และการวัดผลจากการใช้งาน หลังจากนั้นก็มาเลือกดูซีอาร์เอ็มที่อยู่ในตลาดว่ามีตัวไหนที่น่าจะตอบสนองกับสิ่งที่เราต้องการบ้าง มันน่าจะไม่ง่ายเลยที่เราจะเลือกทูลอะไรก็ตามมาใช้สักตัวหนึ่ง เพราะถ้าเราดูผลการเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์ มันก็ดูจะคล้ายๆกัน หรือบางทีเราอาจจะไม่เข้าใจในบางฟีเจอร์ บางทีเราอาจจะนำผลของการจัดอันดับ หรือผลของการจัดหมวดหมู่หรือกลุ่ม มาช่วยทำให้เราคัดกรองตัวที่น่าจะเป็นไปได้กับองค์กรของเราในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นอาจดูรีวิวเพิ่มเติม และข้อมูลการเปรียบเทียบเพื่อที่จะได้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในใจสักสองหรือสามตัว สุดท้ายถ้าได้ลองเล่นตัวผลิตภัณฑ์ดู ก็จะทำให้ได้คำตอบว่าน่าจะเป็นตัวไหนได้ชัดเจนขึ้น ถ้าได้มีกลุ่มที่ลองเล่นมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป ก็ยิ่งจะเป็นการดี เพราะการทดลองเล่นคนเดียวมีโอกาสที่จะเกิด bias thinking ได้จากความชอบส่วนตัวที่เกิดขึ้น Pipedrive เป็นเซลล์ซีอาร์เอ็มที่ใช้งานง่าย สามารถเรียนรู้ได้เอง (inituitive) มีวิวให้เลือกดูได้หลากหลายวิว ใช้งานได้บนโมบาย ข้อมูลแสดงผลเป็นแบบเรียลไทม์ ราคาไม่แพง และเริ่มต้นการใช้งานได้ตั้งแต่หนึ่งยูสเซอร์ขึ้นไป Pipedrive ถูกจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเซลล์ซีอาร์เอ็มตัวหนึ่งในตลาด และได้รับคะแนนนิยมเป็นอย่างมากรวมทั้งคำชมที่ดีโดยเฉพาะในองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง (SMEs) หนึ่งในองค์กรที่มีการจัดกลุ่มและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูเป็นไกด์ไลน์ (guideline) ได้เช่น G2 Crowd G2 Crowd ได้มีการจัดกลุ่มของซีอาร์เอ็มไว้ซึ่งสามารถติดตามดูผลได้ที่ https://www.g2.com/categories/crm แผนภาพด้านล่างนี้ได้แสดงผลการจัดกลุ่มของซีอาร์เอ็ม วันที่ 20 เมษายน [...]

PIPEDRIVE | How to migrate data from other CRMs to PIPEDRIVE?

บางครั้งบริษัทอาจมีความต้องการที่จะเปลี่ยนเซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) จากที่ใช้อยู่ไปเป็นตัวใหม่ ซึ่งเป็นเพราะราคาของเซลล์ซีอาร์เอ็มที่ใช้อยู่ค่อนข้างสูง การใช้งานไม่ง่าย ไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ที่มีอยู่ทั้งหมด หรือวิว (view) ที่ไว้สำหรับดูดีล โอกาส ลีด กิจกรรม ค่อนข้างดูยาก ไม่ทันสมัย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม บริษัทสามารถที่จะเปลี่ยนการใช้งานจากเซลล์ซีอาร์เอ็มเดิมที่ใช้อยู่ไปเป็นตัวใหม่ได้ สิ่งที่เราจะต้องคำนึงหลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ตัวใหม่ก็คือ ข้อมูลที่มีอยู่ในระบบเซลล์ซีอาร์เอ็มเดิมจะทำอย่างไร และจะทำการใส่ข้อมูลเดิมให้กับระบบใหม่ได้อย่างไร สิ่งที่เราควรจะพิจารณาเมื่อต้องการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปยังเซลล์ซีอาร์เอ็ม Pipedrive มีดังต่อไปนี้ a. เราจะนำเอาข้อมูลออกจากระบบเดิม (export) ได้อย่างไร ซึ่งโดยปกติแล้วระบบเซลล์ซีอารเอ็มจะสามารถ export data ออกมาในรูปแแบบไฟล์ excel และ/หรือ csv b. ข้อมูลอะไรบ้างที่จะนำไปใช้ต่อ หรือข้อมูลอะไรบ้างที่จะใส่ลงไปในระบบเซลล์ซีอาร์เอ็มใหม่ โดยปกติแล้วข้อมูลที่มีความสำคัญที่ควรใส่ลงไปก็จะมี 1. ชื่อคนที่ติดต่อ (Contact) 2. ชื่อบริษัทที่ติดต่อ (Organization) 3. โอกาส ลีด หรือ ดีล (Opportunity or Deal) 4. กิจกรรม (Activity) [...]

PIPEDRIVE | Filtering or Search

ระบบเซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) จะมีประสิทธิผลก็ต่อเมื่อมีการใช้งาน และมีข้อมูลที่ถูกบันทึกอย่างถูกต้องจากผู้ใช้งาน ข้อมูลจะถูกบันทึกและสะสมอยู่บนระบบ ยิ่งระบบเซลล์ซีอาร์เอ็มมีข้อมูลที่ดีมากเท่าไหร่ การแสดงผลแบบวิเคราะห์หรือสรุปผลก็ยิ่งมีความหมายที่ชัดเจนมากขึ้น บางครั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับดีลหรือโอกาสมีมากจนกระทั่งอาจจะต้องใช้เวลาในการค้นหา แล้วเราจะมีเครื่องมืออะไรบ้างที่จะมาช่วยผู้ใช้งานในการกรองข้อมูล เพื่อทำให้การค้นหาสิ่งที่ต้องการง่ายขึ้น Pipedrive (Sales CRM) มีเครื่องมือที่เรียกว่า Filter ที่สามารถนำมาใช้ในการกรองข้อมูล เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการค้นหา หรือผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ a. ต้องการมองหาดีลทั้งหมดที่ชนะในควอเตอร์นี้ (Won deals for this quarter) b. ต้องการมองหาดีลทั้งหมดที่ไม่ชนะในควอเตอร์ที่แล้ว (Lost deals for last quarter) c. ต้องการมองหาดีลที่เปิดใหม่ทั้งหมดของผู้ใช้งานคนหนึ่งในควอเตอร์นี้ (Deals created for this quarter of a user) d. ต้องการมองหาดีลทั้งหมดที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านบาท (Deals value more than 1 M. Baht) e. ต้องการมองหากิจกรรมที่ทำในช่วงเวลาหนึ่งของดีลดีลหนึ่ง [...]

SALES CRM | How to motivate Sales for using Sales CRM?

ถ้าองค์กรจะเริ่มต้นใช้ Sales CRM จะมีวิธีการหรือเทคนิคอย่างไรเพื่อที่จะได้รับความร่วมมือกับผู้ใช้งาน บางบริษัทเซลล์ก็อาจจะไม่สนใจที่จะใช้เซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) เพราะไม่คุ้นชินและอาจมองเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจะเริ่มนำ Sales CRM เข้ามาใช้ เซลล์ก็จะมีเหตุผลแตกต่างกันออกไปเพื่อที่จะได้ใช้ทูลหรือวิธีเดิมที่มีอยู่ เช่น Excel สมุดโน็ต ความจำ โพสต์อิทโน้ต เป็นต้น บางครั้งเซลล์ก็อาจมองว่า Sales CRM มีไว้เพื่อติดตามการทำงานของตัวเอง ก็อาจเป็นกังวลว่าข้อมูลของตัวเองอาจถูกเปิดเผย มีการติดตามว่าทำจริงหรือไม่ และอื่นๆแล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน ดังนั้นการที่จะทำให้เซลล์ยอมรับและมีการใช้งาน Sales CRM อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องหาวิธีการรวมทั้งการสื่อสารที่ดีกับกลุ่มผู้ใช้งาน ลองพิจารณาหัวข้อดังต่อไปนี้ แล้วนำไปปรับใช้กับองค์กรของคุณ 1. พิจารณาเซลล์ในเรื่องกิจกรรมที่เซลล์ได้ทำกับลูกค้า แทนที่จะพิจาณาเพียงแค่ยอดขาย การพิจารณาเพียงแค่ยอดขายอย่างเดียว บางครั้งอาจทำให้เซลล์หมดกำลังใจได้ เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะไปควบคุมให้มียอดขายเป็นไปตามที่ต้องการได้ทุกครั้ง แต่ว่าเราสามารถผลักดันให้เซลล์มีกิจกรรมที่มากขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อการที่เซลล์จะมียอดขายตามเป้าที่ตั้งไว้ได้ ตัวอย่างเข่น เราสามารถผลักดันให้เซลล์โทรไปหาหรือพบลูกค้ามากขึ้น แต่การที่ลูกค้าจะซื้อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลูกค้า 2. แสดงความชื่นชมกับพนักงานขายแบบที่คนอื่นก็รับรู้ด้วย (public appreciation) เพราะเราเชื่อว่าการแสดงความขอบคุณหรือชื่นชมเป็นสิ่งที่ใครๆก็ตามต้องการรวมทั้งพนักงานขาย ดังนั้นเราควรชมหรือชื่นชมพนักงานขายของเรา เมื่อพวกเขาสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นการปิดยอดขายขนาดใหญ่ อาจเป็นเพียงแค่การปิดยอดขายได้ การได้นำเสนอกับลูกค้าบางรายที่บริษัทไม่เคยเข้าถึงมาก่อน แสดงออกต่อหน้าคนอื่นให้พวกเขารับรู้ว่าเราติดตามและชื่นชมการทำงานของพวกเขาอยู่ [...]

HOW GOGOPRINT USED PIPEDRIVE TO DISRUPT THE PRINTING INDUSTRY

ครั้งต่อไปถ้ามีคนมาบอกคุณว่าอุตสาหกรรมงานพิมพ์นั้นตายแล้ว ลองแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของ Gogoprint Gogoprint เริ่มต้นในปี 2558 จากบริษัทเล็กๆในกรุงเทพฯ ท่ามกลางบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ พวกเขาได้ทำให้บริษัทประสพความสำเร็จในการขายแบบยั่งยืนและมีการขยายบริษัทระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว บริการงานพิมพ์สำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็ก (SMEs) Gogoprint เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการพิมพ์แบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้นำเสนอบริการงานพิมพ์ดิจิตอลที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วโลกในราคาที่แข่งขันได้ บริษัทมีพนักงานประมาณ 120 คนรวมถึงสมาชิกทีมขาย 30 คน ที่อยู่ในสำนักงานทั้ง 4 แห่ง มีที่กรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ผลจากการทำงานของพวกเขาได้ทำให้ตลาดในเอเชียได้รับรู้แล้ว ก่อนที่ Gogoprint จะเข้ามาในตลาดเพื่อให้บริการด้านการพิมพ์ บริษัทขนาดกลางและเล็กในเอเชียจะต้องเจอกับราคาที่ไม่โปร่งใส การบริการที่ช้า และตอบกลับเป็นครั้งคราว เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่างานพิมพ์แบบดั้งเดิมต้องการลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก Gogoprint สามารถที่จะมองหาและเห็นโอกาสที่จะนำเสนองานพิมพ์ให้กับบริษัทขนาดกลางและเล็ก ในด้านการปฏิบัติงาน บริษัทได้บุกเบิกวิธีการที่เรียกว่า ‘การผสม (batching)’ จากลูกค้าที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะแตกต่างจากโรงพิมพ์แบบดั้งเดิม Gogoprint ได้มีการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อของลูกค้าที่มีหลากหลายไว้ด้วยกัน เพื่อที่ในการพิมพ์แต่ละครั้งพวกเขาสามารถที่จะส่งแผ่นงานไปยังเครื่องพิมพ์ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้     การค้นหาความสมดุลระหว่างการพิมพ์และดิจิตอล ความเต็มใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆของเครื่องพิมพ์ ช่วยให้พวกเขาเติบโตไปในทิศทางที่สำคัญต่อไป บริษัทได้ค้นพบถึงความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างดิจิตอลและออฟไลน์ เพื่อที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและทำให้มันเติบโตขึ้น ในขณะที่คู่แข่งขันยังคงดิ้นรนกับงานพิมพ์ออฟไลน์แบบดั้งเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดดูได้จากทีมขาย Gogoprint ใช้รูปแบบการขายออนไลน์เพื่อเข้าถึงตลาดโลก [...]

Pipedrive | Benefits of knowing why do we lose deals?

ประโยชน์ของการรู้ว่าทำไมเราถึงไม่ชนะดีล มีไหมที่บริษัทอยากรู้ว่าทำไมเราถึงแพ้ดีลให้กับคู่แข่งขัน ยิ่งเรารู้ถึงเหตุผลที่แพ้มากเท่าไหร่ มันย่อมทำให้เราหาวิธีการที่จะช่วยให้เราชนะในครั้งถัดไป ดังนั้นข้อมูลของดีลที่แพ้ก็น่าที่จะเป็นประโยชน์กับบริษัทและฝ่ายขาย เพื่อช่วยให้เรามีการพัฒนาและทำให้ค่า Close to win สูงขึ้นนั่นเอง Pipedrive จะมีการเก็บข้อมูลของสาเหตุที่ไม่ชนะของดีล และนำมาประมวลผลเพื่อเสนอเป็นแผนภาพให้เห็นได้โดยง่าย เราสามารถรู้ถึงเหตุผลของการไม่ชนะของแต่ละคนหรือของทั้งทีมได้โดยดูจากรีพอร์ท (report) วิธีการใช้งานของ Pipedrive สำหรับการกำหนดสาเหตุที่ไม่ชนะ และการดูรีพอร์ทของเหตุผลที่แพ้ เป็นไปตามภาพด้านล่างนี้ ภาพแรก แสดงการกำหนดสาเหตุหรือเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถชนะดีลๆหนึ่ง เราสามารถระดมสมอง (brainstorm) หาข้อมูลจากพนักงานขาย เพื่อมากำหนดเป็นสาเหตุและใส่ลงไปในระบบ (predefined) เราสามารถใส่เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ หมายเหตุ Admin จะเป็นคนตั้งค่าได้เท่านั้น วิธีการ | Admin เลือกไปที่ [Setting],  เลือก [Company Setting],  คลิก [Add predefined lost reason],  ใส่เหตุผล,   ทำการบันทึก   หลังจากนั้นยูสเซอร์ก็สามารถจะเลือกเหตุผลได้ เมื่อเค้าเปลี่ยนสถานะ (stage) ของดีลไปเป็น ไม่ชนะ (lost) ถ้าเซลล์มีเหตุผลอื่นที่ไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ (predefined) [...]

Pipedrive | Contacts Timeline (Contacts View)

เป็นอีกวิวหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันสามารถทำให้พนักงานขายเห็นว่า ลูกค้าหรือเป้าหมายคนไหนควรได้รับการติดต่อแล้วหรือยังในช่วงเวลาที่พนักงานขายกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น พนักงานขายกำหนดไว้ว่าควรจะต้องติดต่อกับลูกค้าหรือเป้าหมายให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง Contact Timeline ของ Pipedrive ก็จะสามารถค้นหาได้ว่ามีลูกค้าหรือเป้าหมายไหนที่ยังไม่ได้รับความสนใจหรือติดต่อภายใน 1 เดือน ดังนั้นมันก็จะอำนวยความสะดวก ทำให้พนักงานขายสามารถค้นหารายชื่อของลูกค้าหรือเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนั้นยังทำให้พนักงานขายไม่พลาดที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าหรือเป้าหมาย บางครั้งโอกาสก็อาจจะมาจากการที่เราได้ติดต่อกลับไปยังลูกค้าเดิมหรือเป้าหมายใหม่ เราลองมาดูวิธีการใช้งาน Contact Timeline และหน้าตาของมันว่าเป็นอย่างไรตามภาพด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามันเป็นวิวที่มีประโยชน์ ให้เราห็นภาพของลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการติดต่อตามข้อกำหนดได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากนั้นเรายังสามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ หรือคลิกเพื่อเพิ่มรายละเอียดได้ Pipedrive เป็นเครื่องมือที่ช่วยพนักงานขายอย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการนำเสนอเป็นแบบ visual view สามารถทำงานแบบ drag and drop และคลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่ม (drill down) ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ email at sujit.c@uncsolutions.com

Pipedrive | Goal setting

แน่นอนว่าแต่ละพนักงานขายจะมีเป้าหมายที่ถูกกำหนดจากบริษัทโดยอาจมีการกำหนดเป็นต่อปี ต่อไตรมาส หรือต่อเดือน พนักงานขายเองก็จะทำการสำรวจตัวเองว่าตอนนี้ปิดดีล หรือมียอดขายที่ทำได้เป็นเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบกับยอดที่กำหนด เพราะมันหมายถึงผลงานและค่าคอมมิชชั่นของเซลส์ โดยปกติแล้วพนักงานขายก็จะนำเอาตัวเลขที่ขายได้ จากใบเสนอราคามาบันทึกลงไปในสเปรดชีต (Excel) แล้วทำการรวมค่า และเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด ก็จะรู้ได้ว่าณตอนนี้ ทำได้เท่าไหร่ เป็นสัดส่วนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเป้าหมาย Pipedrive มีเครื่องมือหนึ่งที่ใช้สำหรับการตั้งค่าเป้าหมายและการวัดผลของพนักงานขาย โดยที่ยูสเซอร์แต่ละคนจะสามารถตั้งค่าของตัวเองได้จาก “Setting” ดูจากภาพด้านล่างนี้เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย โดยสรุปอย่างย่อ สำหรับวิธีการตั้งค่าเป้าหมายเพื่อวัดผล 1 คลิก Setting 2 คลิก Add Goal แล้วทำการตั้งเป้าหมายที่ต้องการจะวัดผล 3 คลิก Save ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ email at sujit.c@uncsolutions.com

Part III: KPIs for Sales Team?

แน่นอนว่าการที่จะเป็นพนักงานขายที่ประสพความสำเร็จ เป็นที่ชื่นชมของบริษัท เซลล์ก็ย่อมที่จะต้องทำยอดขายให้ได้ตามที่หัวหน้างานหรือบริษัทต้องการ ดังนั้นมันน่าจะดีถ้าเซลล์มีตัวช่วยให้เค้าติดตามได้ว่า ณตอนนี้เซลล์ปิดการขายไปได้แล้วกี่ดีล ทั้งในแง่ของจำนวนและมูลค่า มันจะทำให้เซลล์รู้ว่าต้องขายอีกเท่าไร่เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (achieve goal) Piedrive จะมีรีพอร์ทส่วนหนึ่งที่แสดงจำนวนหรือมูลค่าดีลที่ชนะและแพ้ เราจะเรียกมันว่า Sales Performance Report ลองมาดูภาพด้านล่างนี้เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย ภาพแรก เป็นรีพอร์ทแสดงดีลที่ชนะของ Pipeline for Services ในช่วงเวลาที่เลือกซึ่งก็คือปีนี้ บริษัทสามารถรู้ได้เลยว่าพนักงานขายแต่ละคนมีดีลที่ชนะจำนวนและมูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่ และยังรู้ว่าดีลที่ชนะแต่ละดีลใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ มันทำให้พนักงานขายรู้ได้ว่าควรจะต้องปิดการขายอีกเท่าไหร่เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย และสามารถคาดคะเนเวลาโดยเฉลี่ยที่สามารถจะใช้ปิดดีล (avergae sales cycle time) ภาพสอง เป็นรีพอร์ทแสดงดีลที่แพ้ใน Pipeline for Services และในช่วงเวลาที่เลือกซึ่งก็คือปีนี้ บริษัทสามารถเรียนรู้ได้ว่าพนักงานขายแต่ละคนมีดีลที่ไม่ชนะในจำนวนและมูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่ และยังรู้ว่าดีลที่แพ้แต่ละดีลใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ นอกจากนั้นบริษัทยังคลิกดูที่เหตุผลของการไม่ชนะว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อไว้ใช้สำหรับปรับปรุงการขาย หรือมองหาวิธีที่จะลดการแพ้ให้น้อยลง จะเห็นว่า Sales Performance Report เป็นรีพอร์ทที่มีความสำคัญต่อพนักงานขายและต่อบริษัทมาก เพราะมันแสดงถึงจำนวนดีลที่ชนะและยอดขายของพนักงานขายแต่ละคน ยอดขายรวมทั้งหมดของเซลล์ก็จะเป็นยอดขายของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทก็จะรู้ได้ถึงรายรับขององค์กรในแต่ละเดือน แต่ละไตรมาส และภายในปีที่กำลังทำงานอยู่ การที่บริษัทมีเครื่องมือที่ดีอย่างเช่น Pipedrive ซึ่งเป็น Sales [...]

Part II: KPIs for Sales Team?

จากบทความที่แล้ว เราได้เรียนรู้จากรายงาน (Reports) ที่แสดงกิจกรรมของยูสเซอร์แต่ละคนในแต่ละเดือน เมื่อเราเลือก Pipeline และ ช่วงเวลาเป็น “Pipeline for Services” and “This Year” บทความนี้เรามาดูกันต่อ สำหรับรายงานของหัวข้อที่2 ซึ่งก็คือรายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์แต่ละคน และรายงานแสดงผลของดีลที่เปิดทั้งหมดและความเคลื่อนไหวของดีลต่างๆของเซลล์ทั้งหมดที่ใช้ Pipedrive โดยทั่วๆไปดีลแต่ละดีลจะเคลื่อนไหวไปตามขั้นตอนการขาย (sales stgae) ตามที่บริษัทได้กำหนดใน Pipeline เช่น เริ่มต้นจากการมีลีด (lead in) ติดต่อลูกค้า พิจารณาว่าสามารถจะเป็นลูกค้าได้ไหม (qualified prospect) การมองหาความต้องการของลูกค้า (need defied) เป็นต้น พนักงานขายควรที่จะมองหาลีดที่เป็นไปได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำการติดต่อหรือทำกิจกรรมกับลีด และเปลี่ยนลีดนั้นให้เป็นลูกค้าของบริษัท ดังนั้นการที่ลีดมีความเคลื่อนไหวตามขั้นตอนการขาย (sales stage) และขึ้นไปอยู่ใน stage ที่ดีขึ้น นั่นก็หมายถึงโอกาสที่จะปิดการขายได้มากขึ้น (higher propbability) มันย่อมเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการทำงานของพนักงานขาย เรามาดูรูปภาพด้านล่างนี้เพื่อจะได้เห็นภาพอย่างง่ายสำหรับรายงานแสดงผลของดีล ภาพแรก เป็นรายงานแสดงผลของมูลค่าหรือจำนวนดีลที่สร้างขึ้นทั้งหมดใน Pipeline for Services [...]

12»