Chat with us, powered by LiveChat

May, 2019

LiveChat | Statistics and Trends for Live Chat on Websites

บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายและความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยการมีไลฟ์แชทบนเวปไซด์ เรามาดูสถิติและแนวโน้มของความสำคัญการมีไลฟ์แชทบนเวปไซด์ดังภาพประกอบด้านล่างนี้     73% ของลูกค้าพบว่าไลฟ์แชทเป็นช่องทางการสื่อสารที่น่าพึงพอใจมากที่สุดสำหรับการทำธุรกิจ 42% ของลูกค้าเลือกไลฟ์แชทเป็นวิธีที่ต้องการสำหรับการให้ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าวิธีอื่นๆในการให้ข้อมูล 44% ของลูกค้าออนไลน์พูดว่าการตอบคำถามผ่านไลฟ์แชทระหว่างทำการซื้อออนไลน์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากที่สุดที่เวปไซด์ควรมี 63% ของลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาที่เวปไซด์ที่มีการใช้ไลฟ์แชท 73% ของลูกค้ารู้สึกพึงพอใจกับประสพการณ์การใช้ไลฟ์แชทเมื่อเทียบกับอีเมล์ (51%) และโทรศัพท์ (44%) 77% ของลูกค้าจะไม่ตัดสินใจซื้อถ้าไม่มีการให้บริการผ่านทางไลฟ์แชท ลูกค้าที่คุยผ่านไลฟ์แชทจะใช้จ่ายมากกว่าลูกค้าที่ไม่ได้คุยผ่านไลฟ์แชทถึง 60% 38% ของลูกค้าพูดว่าเค้าตัดสินใจซื้อเพราะว่ามีการพูดคุยผ่านไลฟ์แชทที่ดี ไลฟ์แชทบนเวปไซด์ทำให้อัตราการซื้อเพิ่มได้ 8%-20% การพูดคุยผ่านไลฟ์แชททำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อได้มากกว่า 2.8 เท่าเมื่อเทียบกับลูกค้าที่ไม่มีการพูดคุย ขอบคุณข้อมูลจากทาง invespcro.com ทดลองใช้ LiveChat ฟรี 30 วันโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น และได้รับส่วนลด 30% สำหรับการจ่ายเงินครั้งแรกเพื่อใช้งานจริง ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (081) 823 2988 หรือ sujit.c@uncsolutions.com

LiveChat | Why should companies use a Live Chat software on websites?

ทำไมบริษัทควรใช้ไลฟ์แชทบนเวปไซด์ 1 ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ สามารถช่วยลูกค้าเมื่อเค้าต้องการ บริษัทสามารถพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาชมเราที่เวปไซด์และสามารถให้ข้อเสนอแนะ เคสต่างๆสามารถถูกจัดการได้อย่างดี จากสถิติ 8 เคสจากทั้งหมด 10 เคสสามารถได้รับการตอบหรือแก้ไขระหว่างการพูดคุยผ่านไลฟ์แชท บริษัทสามารถรู้ได้ว่า การบริการของเราเป็นอย่างไรจากข้อมูลสถิติที่ถูกจัดเก็บ หลังจากจบการพูดคุยผ่านไลฟ์แชท ทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้นได้ ไลฟ์แชทเป็นช่องทางการสื่อสารที่ดี ที่บางกรณีอีเมล์และโทรศัพท์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ 2 เพิ่มโอกาส เพิ่มลูกค้า เพิ่มรายได้ บริษัทสามารถค้นหาโอกาสใหม่ๆจากลูกค้าที่เข้ามาชมเวปไซด์ได้ ถ้าเป็นเวปอี-คอมเมิร์ซ เราสามารถช่วยลูค้าสำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อและจ่ายเงิน 3 ติดตามการให้บริการของบริษัท บริษัทสามารถรู้ถึงประสิทธิภาพของการให้บริการ ทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงเพื่อทำให้บริการดียิ่งขึ้น นั่นทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากขึ้น 4 ให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถพูดคุยผ่านไลฟ์แชทกับลูกค้าหลายรายพร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งโดยปกติเราไม่สามาถทำได้เมื่อพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ จากสถิติหนึ่งเอเจนท์สามารถพูดคุยผ่านไลฟ์แชทได้มากกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับการคุยผ่านโทรศัพท์ ไลฟ์แชทสามารถใช้ได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ มันจึงทำให้เราบริการลูกค้าได้ตลอดเวลาที่เราต้องการ ข้อมูลการพูดคุยระหว่างการรับส่งและจัดเก็บที่ส่วนกลางจะถูกเข้ารหัส (SSL Encryption) มันจึงมีความปลอดภัย ขอบคุณข้อมูลจากทาง LiveChat ตัดสินใจทดลองใช้งาน 30 วันโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และรับส่วนลด 30% สำหรับการจ่ายเงินครั้งแรกเพื่อใช้งานจริง โดยคลิกที่ภาพด้านล่างนี้ได้เลย

Pipedrive integrated to Google Apps | 2-way Sync with Google Calendar & Contact

Pipedrive เป็นเซลล์ซีอาร์เอ็มที่ถูกออกแบบให้มีการเชื่อมโยงที่ดี (well integrated) กับ Google apps ซึ่งมี Google Calendar Google Contact และ Google Drive สำหรับการเชื่อมต่อกับ Google Calendar Pipedrive สามารถทำการซิงค์ (Sync) ได้ทั้งสองทาง (two-way) คือเมื่อมีการเพิ่ม ลบ หรืออัพเดท กิจกรรมบน Pipedrive มันก็จะมีการเชื่อมโยงและซิงค์กับกิจกรรมที่อยู่บน Google Calendar หรือในทางกลับกัน ถ้ามีการเพิ่ม ลบ หรืออัพเดท กิจกรรมบน Google Calendar มันก็จะมีการเชื่อมโยงและซิงค์กับกิจกรรมที่อยู่บน Pipedrive การเชื่อมโยงกันแบบซิงค์สองทาง (2-way sync) จะมีประโยชน์มาก โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำการเปิดการใช้งาน            แอพพลิเคชั่นทั้งสองตัว (Google Calendar and Pipedrive) [...]

PIPEDRIVE | Leader Sales CRM For SMEs in the Year 2019

เซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) ในตลาดจะมีอยู่มากมายหลายตัว มีความสามารถรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็ก กลาง จนถึงใหญ่ การจะนำเอาทูลซีอาร์เอ็มมาใช้งานในองค์กรอย่างประสพผลสำเร็จได้นั้น เราควรพิจารณาถึงความต้องการภายในองค์กรว่ามีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง แนวทางในการใช้งาน และการวัดผลจากการใช้งาน หลังจากนั้นก็มาเลือกดูซีอาร์เอ็มที่อยู่ในตลาดว่ามีตัวไหนที่น่าจะตอบสนองกับสิ่งที่เราต้องการบ้าง มันน่าจะไม่ง่ายเลยที่เราจะเลือกทูลอะไรก็ตามมาใช้สักตัวหนึ่ง เพราะถ้าเราดูผลการเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์ มันก็ดูจะคล้ายๆกัน หรือบางทีเราอาจจะไม่เข้าใจในบางฟีเจอร์ บางทีเราอาจจะนำผลของการจัดอันดับ หรือผลของการจัดหมวดหมู่หรือกลุ่ม มาช่วยทำให้เราคัดกรองตัวที่น่าจะเป็นไปได้กับองค์กรของเราในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นอาจดูรีวิวเพิ่มเติม และข้อมูลการเปรียบเทียบเพื่อที่จะได้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในใจสักสองหรือสามตัว สุดท้ายถ้าได้ลองเล่นตัวผลิตภัณฑ์ดู ก็จะทำให้ได้คำตอบว่าน่าจะเป็นตัวไหนได้ชัดเจนขึ้น ถ้าได้มีกลุ่มที่ลองเล่นมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป ก็ยิ่งจะเป็นการดี เพราะการทดลองเล่นคนเดียวมีโอกาสที่จะเกิด bias thinking ได้จากความชอบส่วนตัวที่เกิดขึ้น Pipedrive เป็นเซลล์ซีอาร์เอ็มที่ใช้งานง่าย สามารถเรียนรู้ได้เอง (inituitive) มีวิวให้เลือกดูได้หลากหลายวิว ใช้งานได้บนโมบาย ข้อมูลแสดงผลเป็นแบบเรียลไทม์ ราคาไม่แพง และเริ่มต้นการใช้งานได้ตั้งแต่หนึ่งยูสเซอร์ขึ้นไป Pipedrive ถูกจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเซลล์ซีอาร์เอ็มตัวหนึ่งในตลาด และได้รับคะแนนนิยมเป็นอย่างมากรวมทั้งคำชมที่ดีโดยเฉพาะในองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง (SMEs) หนึ่งในองค์กรที่มีการจัดกลุ่มและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูเป็นไกด์ไลน์ (guideline) ได้เช่น G2 Crowd G2 Crowd ได้มีการจัดกลุ่มของซีอาร์เอ็มไว้ซึ่งสามารถติดตามดูผลได้ที่ https://www.g2.com/categories/crm แผนภาพด้านล่างนี้ได้แสดงผลการจัดกลุ่มของซีอาร์เอ็ม วันที่ 20 เมษายน [...]

Should Small and Medium Enterprises (SMEs) have Sales CRM?

ปัจจุบันนี้การจะทำธุรกิจของตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่การจะทำให้ธุรกิจประสพผลสำเร็จ และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่มีความท้าทาย ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันสามารถทำให้ธุรกิจขนาดเล็กมีที่ยืน และเจริญเติบโตด้วยความไว เพื่อขึ้นไปแข่งขันกับบริษัทใหญ่ที่ก่อตั้งมานาน ดังนั้นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ในองค์กร จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะทำให้บริษัทมีความได้เปรียบ และมีโอกาสที่จะครอบครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Technology) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการใช้มากขึ้นในยุคปัจจุบัน มันทำให้เราสามารถใช้ทรัพยากร รวมทั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บนคลาวด์ได้ โดยผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นเพียงเรามีอุปกรณ์สื่อสาร (Mobile) หรือแล็ปท็อป (Laptop) เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าไปใช้ทรัพยากร รวมทั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บนคลาวด์ได้ทุกที่ ทุกเวลา มันทำให้การทำงานง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเราไม่จำเป็นต้องลงทุนทางด้านไอทีกับโครงสร้างพื้นฐานมากมายเมื่อเทียบกับในอดีตที่ยังไม่มีเทคโนโลยีคลาวด์ รวมทั้งบริษัทยังสามารถเลือกใช้บริการรวมทั้งซอฟต์แวร์เฉพาะอย่าง ตามความต้องการของบริษัท การยกเลิกใช้งานหรือเปลี่ยนไปใช้บริการอื่นหรือซอฟต์แวร์อื่นก็ทำได้โดยง่าย ซอฟต์แวร์ที่อยู่บนคลาวด์ที่เรียกว่าเซลล์ซีอาร์เอ์ม (Sales CRM) เป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทสามารถนำมาใช้เพื่อบริหาร และจัดการในส่วนงานขาย ซึ่งต้องถือว่าเป็นส่วนสำคัญของบริษัท บริษัทจะเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ มียอดขายต่อเนื่องและเพิ่มขี้นในทุกปี ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ องค์กรขนาดเล็กถึงกลาง (SMEs) จึงสามารถที่จะนำเอาเซลล์ซีอาร์เอ็ม (Sales CRM) มาใช้ได้แบบไม่ยุ่งยาก เพื่อบริหารจัดการงานขายให้มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถทำงานการขายแบบเชิงรุก (Active selling) และแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ ทำไมองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง (SMEs) [...]

HOW GOGOPRINT USED PIPEDRIVE TO DISRUPT THE PRINTING INDUSTRY

ครั้งต่อไปถ้ามีคนมาบอกคุณว่าอุตสาหกรรมงานพิมพ์นั้นตายแล้ว ลองแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของ Gogoprint Gogoprint เริ่มต้นในปี 2558 จากบริษัทเล็กๆในกรุงเทพฯ ท่ามกลางบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ พวกเขาได้ทำให้บริษัทประสพความสำเร็จในการขายแบบยั่งยืนและมีการขยายบริษัทระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว บริการงานพิมพ์สำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็ก (SMEs) Gogoprint เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการพิมพ์แบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้นำเสนอบริการงานพิมพ์ดิจิตอลที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วโลกในราคาที่แข่งขันได้ บริษัทมีพนักงานประมาณ 120 คนรวมถึงสมาชิกทีมขาย 30 คน ที่อยู่ในสำนักงานทั้ง 4 แห่ง มีที่กรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ผลจากการทำงานของพวกเขาได้ทำให้ตลาดในเอเชียได้รับรู้แล้ว ก่อนที่ Gogoprint จะเข้ามาในตลาดเพื่อให้บริการด้านการพิมพ์ บริษัทขนาดกลางและเล็กในเอเชียจะต้องเจอกับราคาที่ไม่โปร่งใส การบริการที่ช้า และตอบกลับเป็นครั้งคราว เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่างานพิมพ์แบบดั้งเดิมต้องการลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก Gogoprint สามารถที่จะมองหาและเห็นโอกาสที่จะนำเสนองานพิมพ์ให้กับบริษัทขนาดกลางและเล็ก ในด้านการปฏิบัติงาน บริษัทได้บุกเบิกวิธีการที่เรียกว่า ‘การผสม (batching)’ จากลูกค้าที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะแตกต่างจากโรงพิมพ์แบบดั้งเดิม Gogoprint ได้มีการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อของลูกค้าที่มีหลากหลายไว้ด้วยกัน เพื่อที่ในการพิมพ์แต่ละครั้งพวกเขาสามารถที่จะส่งแผ่นงานไปยังเครื่องพิมพ์ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้     การค้นหาความสมดุลระหว่างการพิมพ์และดิจิตอล ความเต็มใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆของเครื่องพิมพ์ ช่วยให้พวกเขาเติบโตไปในทิศทางที่สำคัญต่อไป บริษัทได้ค้นพบถึงความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างดิจิตอลและออฟไลน์ เพื่อที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและทำให้มันเติบโตขึ้น ในขณะที่คู่แข่งขันยังคงดิ้นรนกับงานพิมพ์ออฟไลน์แบบดั้งเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดดูได้จากทีมขาย Gogoprint ใช้รูปแบบการขายออนไลน์เพื่อเข้าถึงตลาดโลก [...]

Why do firms switch from other CRMs to use PIPEDRIVE?

จากประสพการณ์การใช้งาน CRMs ของผลิตภัณฑ์อื่นๆรวมทั้ง Pipedrive เราพอที่จะสรุปได้ถึงเหตุผลด้านล่างนี้ว่าทำไมบริษัทถึงมีการเปลี่ยนการใช้งานจาก CRMs อื่นๆมาเป็น Pipedrive 1. ความง่ายของการใช้งาน (Simple to use) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ใช้ CRM ส่วนใหญ่จะเป็นเซลล์และมาร์เก็ตติ้ง รวมทั้งผู้บริหาร ซึ่งกลุ่มที่ใช้เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะสนใจใช้แอพพลิเคชั่น CRM ที่ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย ไม่ต้องอ่านคู่มือก็ใช้งานได้ คงไม่มีผู้ใช้งานคนไหนที่ชอบใช้แอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อน ดูยาก หรือต้องอ่านคู่มือแบบหนา แล้วเล่นตามไปทีละขั้นตอน ยิ่งถ้าคนที่เรียนรู้แล้วลาออกไป คนใหม่ที่เข้ามาต้องมาเริ่มเรียนรู้ใหม่ ก็จะยิ่งช้าและเสียเวลา แทนที่จะนำเอาเวลาไปหาลูกค้าดีกว่า ดังนั้น CRM รุ่นใหม่อย่างเช่น Pipedrive เข้าใจความต้องการของลูกค้าเหล่านี้เป็นอย่างดี จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย (natural learning) แบบว่าไม่ต้องมีคู่มือก็เล่นเองได้ 2. ความง่ายของการดู พิจารณา และติดตาม (Simple to view and track) หลายต่อหลายครั้งที่เราดู CRMs ของคนอื่น เราต้องใช้เวลาดู พิจารณา หรือติดตามอยู่นานกว่าจะเข้าใจ [...]

Pipedrive | New Feature@Workflow Automation

Pipedrive ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ขึ้นมาคือ Workflow Automation ซึ่งมันจะช่วยให้พนักงานขายลดการทำงานที่ซ้ำๆลงได้ นั่นก็หมายถึงประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง หลักการของมันก็คือว่า เราสามารถสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมา อาทิเช่นถ้ามีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ก็จะส่งผลให้มีอีกเหตุการณ์หนึ่งตามมาโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราได้เพิ่ม contact ลงไปใน Pipedrive ดีลก็จะถูกสร้างขึ้มมาโดยอัตโนมัติ หรือ ถ้าเราได้ปรับเปลี่ยนสถานะของดีลจาก Lead In เป็น Contact made ก็จะมีการส่งอีเมล์ไปหาลูกค้าโดยอัตโมมัติ เราควรสร้างอีเมล์ที่จะส่งเตรียมไว้ก่อน (template email) หรือ ถ้าเราสามารถปิดดีลได้ และเปลี่ยนสถานะดีลมาเป็น Won deal ก็จะมีการส่งอีเมล์ขอบคุณไปหาลูกค้าโดยอัตโนมัติ จากตัวอย่างด้านบนจะเป็นว่าเมื่อมีเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น ซึ่งเราอาจเรียกมันว่า tricker event หลังจากนั้นก็จะมีผลลัพธ์ที่เป็นเหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็สามารถจะเรียกมันว่า consequence action ดังนั้นพนักงานขายก็อาจจะสำรวจตัวเองดูว่ามีการทำงานไหนที่เกี่ยวเนื่องกันที่เราทำบน Pipedrive ซ้ำๆจนสามารถนำเอา Workflow Automation มาช่วยได้บ้าง เพื่อเราจะได้ลด repeated tasks เรามาลองดูวิธีการใช้งาน Pipedrive workflow automation ว่าทำอย่างไรจากภาพด้านล่างนี้ [...]

Magic of using Web forms in Pipedrive

Pipedrive มีเครื่องมือหนึ่งที่เราหรือบริษัทสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิอ Web forms     เราสามารถสร้างแบบฟอร์มออนไลน์จาก Pipedrive แล้วนำโค้ด (Code Snippet) หรือลิงค์ (Link) ไปใส่บนเวปไซด์ของบริษัท เพื่อให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราที่สนใจกรอกรายละเอียด แล้วกด submit หลังจากนั้นข้อมูลก็จะถูกส่งมาเก็บใน Pipedrive ในรูปแบบของดีล (Deals) ใน sales stage นั่นหมายถึงการลดขั้นตอนจากปกติเป็นเก็บข้อมูลลีดจากเวปไซด์ผ่าน forms แล้วนำข้อมูลลีดมาใส่ใน Pipedrive เป็น ข้อมูลลีดจากเวปไซด์ผ่าน forms ถูกนำมาเก็บที่ Pipedrive อัตโนมัติ ขั้นตอนการสร้าง Web forms ใน Pipedrive เป็นไปตามภาพและคำบรรยายด้านล่างนี้     1) เลือก Settings 2) เลือก Web forms 3) กดสร้าง ฟอร์ม (forms) 4) [...]

PIPEDRIVE | Organizations, Contacts, Deals | How to manage them?

เมื่อเราหรือบริษัทมีการใช้งาน PIpedrive สิ่งที่เราควรคำนึงถึงคือ จะมีข้อมูลอะไนบ้างที่เราจะใส่ลงไปใน Pipedrive ของเรา ลองมาดูรูปภาพด้านล่างนี้พร้อมคำอธิบาย เพื่อทำให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น ข้อมูลที่จำเป็นและควรใส่ลงไปใน Pipedrive 1)  Organization พนักงานขายควรเริ่มต้นจากการใส่ข้อมูลของบริษัทลงไปก่อน โดยใส่ชื่อของบริษัท ที่อยู่ และเวปไซต์ 2)  Contact ต่อจากนั้น พนักงานขายก็มาใส่ contacts โดยใส่ชื่อของบุคคลที่เราติดต่อ เบอร์โทร อีเมล์ และทำการเชื่อมต่อ contacts ที่ใส่กับ organizations ที่ได้ใส่ไปก่อนหน้านี้ 3)  Deal หลังจากนั้นพนักงานขายถึงจะใส่ดีล (Deals) ซึ่งก็คือโครงการ (projects) ของลูกค้า หรือโอกาส (opportunities) ของกลุ่มเป้าหมาย (prospects) ต่อจากนั้น พนักงานขายก็ควรสร้างกิจกรรมต่างๆ (Activities) ที่จะทำกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เช่น โทรไปหา ไปพบ ส่งเมล์ ทานอาหาร นำเสนอ (presentation) เป็นต้น ซึ่งระบบ Pipedrive จะทำการแจ้งเตือนกิจกรรมเหล่านี้ให้กับพนักงานขายผ่านทางอีเมล์ และมือถือ มันจะทำให้พนักงานขายไม่พลาดที่จะติดต่อกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมทั้งหมดจะมีการบันทึกในระบบ [...]

12»
Affiliates

Partners

Archives